คปภ. ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME โดยเร่งเพิ่มภูมิคุ้มกันความเสี่ยงภัยด้วยระบบประกันภัย
ในโอกาสนี้เลขาธิการ คปภ. ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ประกันภัยถูกทางสร้างเกราะให้ SME” ตอนหนึ่งว่า ผู้ประกอบการ SME จัดเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความเปราะบางต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่ได้มีสายป่านธุรกิจที่ยาว จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่เหมาะสมในการเพิ่มความคุ้มกันจากความเสี่ยงภัย และเนื่องจากสัญญาประกันภัยมีความคุ้มครองที่หลากหลาย โดยเฉพาะกรมธรรม์ประกันภัยที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ จึงถือเป็นกลไกที่สำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงให้กับกลุ่มธุรกิจ SME ซึ่งจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นตามกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อจะได้เลือกใช้เครื่องมือนี้ในการจัดการกับความเสี่ยงภัยได้อย่างเหมาะสม ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่จำเป็นสำหรับธุรกิจ SME ได้แก่ ประกันอัคคีภัย ประกันภัยความเสี่ยงภัยต่อทรัพย์สิน ประกันภัยการสูญเสียรายได้และค่าใช้จ่ายคงที่ระหว่างธุรกิจหยุดชะงัก ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก ประกันภัยอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ การประกันภัยผู้โดยสารเรือสำหรับโดยสาร ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ ฯลฯ
นอกจากค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมตัวอาคารและปรับปรุงภายในอาคารแล้วในระหว่างที่กำลังซ่อมแซมอยู่นั้น ผู้ประกอบการ SME ไม่สามารถประกอบกิจการได้เป็นระยะเวลาเท่าไรและขาดรายได้จากการที่ไม่สามารถประกอบกิจการเป็นจำนวนเงินเท่าใด ตัวกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้ประกอบการ SME ทำไว้จะเข้ามาบริหารความเสี่ยงในจุดนี้ทันที แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการทำประกันภัย คือ ผู้ประกอบการ SME จะต้องมีความเข้าใจว่าธุรกิจของตนเองมีความเสี่ยงในเรื่องใดบ้าง เพื่อที่จะสามารถเลือกการประกันภัยที่เหมาะสมกับความเสี่ยงภัยที่ธุรกิจของตนจะต้องเผชิญ เนื่องจากการประกันภัยมีความคุ้มครองที่หลากหลาย เช่น การประกันอัคคีภัย เป็นการให้ความคุ้มครองแก่ทรัพย์สินเมื่อเกิดเพลิงไหม้ การประกันภัยความรับผิด เป็นการให้ความคุ้มครองกรณีที่ผู้เอาประกันภัยมีความรับผิดต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่บุคคลอื่น การประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก เป็นการให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากกรณีที่ไม่สามารถประกอบธุรกิจได้