ขับเคลื่อนมาตรฐานสิ่งทอกันลามไฟ เทียบเท่าสากล ตอกย้ำผู้นำสิ่งทออาเซียน
ขับเคลื่อนมาตรฐานสิ่งทอกันลามไฟ เทียบเท่าสากล ตอกย้ำผู้นำสิ่งทออาเซียน
THTI ร่วมกับ SHAWAT และ NFTTI ลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง ความร่วมมือด้านความปลอดภัยและอนามัยจากผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ขับเคลื่อนมาตรฐานสิ่งทอกันลามไฟเทียบเท่าสากล ยกระดับชีวิต ยกระดับอุตสาหกรรม ยกระดับประเทศ
พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ 3 หน่วยงานเรื่อง จากซ้าย คุณธำรง คุโณปการ อุปนายกสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) (SHAWAT) ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย (THTI) และ คุณมยุรี ดิฐภักดีชล ประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย (NFTTI)
อัคคีภัยเป็นภัยใกล้ตัวที่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตทรัพย์สินและระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยจำนวนมหาศาล ตั้งแต่ปี 2532-2558 มีอัคคีภัยเกิดขึ้นกว่า 52,000 ครั้งมีผู้บาดเจ็บ 4,532 คน เสียชีวิต 1,740 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 31,000 ล้านบาท ปัจจุบันการเกิดอัคคีภัยมีแนวโน้มเพิ่มความถี่และความรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะในสถานที่สาธารณะ โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ
ด้วยเหตุนี้สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย ได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของสิ่งทอ จึงได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน เรื่อง ความร่วมมือด้านความปลอดภัยและอนามัยจากผลิตภัณฑ์สิ่งทอ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2560
ดร.ชัยยุทธ ชวลิตนิธิกุล นายกสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) กล่าวว่า สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) มีพันธกิจหลัก คือ ส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานและนอกงาน นับตั้งแต่ได้รับการก่อตั้งตามมติของคณะรัฐมนตรีร่วม 30 ปีมาแล้ว ทั้งนี้มาตรฐานสิ่งทอกันลามไฟเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่สมาคมฯ จะต้องช่วยส่งเสริมให้มีการดำเนินการเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม
ถ้าภาครัฐมีมาตรฐานหรือหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องเหมาะสมก็จะสามารถนำไปอ้างอิง และบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอัคคีภัย หรือกระบวนการอื่นที่เกิดความร้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อคนงานภายในสถานที่ทำงานหรือมีผลกระทบต่อบุคคลทั่วไปในชุมชนและสภาพแวดล้อมภายนอกที่ทำงาน ในส่วนของสถานประกอบกิจการและอุตสาหกรรมเองก็จะมีแนวปฏิบัติที่เหมาะสมมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับได้โดยคู่ค้าและหน่วยงานอื่นทั้งในระดับประเทศ และในระดับสากล
การร่วมมือของทั้ง 3 หน่วยงานในครั้งนี้จะเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะทำให้เกิดการดำเนินการได้อย่างจริงจังก้าวไปสู่เป้าหมาย รวมทั้งเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคม ผู้ใช้แรงงาน และผู้บริโภคที่จะได้รับแนวทางการปฏิบัติที่ดีเพื่อปกป้องมิให้เกิดการบาดเจ็บ การสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อมจากอุบัติภัยดังกล่าว
ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ให้ความเห็นว่าจากการศึกษาพบว่าหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ต่างตระหนักถึงความปลอดภัยของประชาชนโดยออกกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่ติดไฟง่าย เพราะถ้าสิ่งทอที่ไม่มีสมบัติกันไฟในตัวเอง เมื่อเกิดเหตุติดไฟแล้วมันจะลุกลามโดยเร็ว ฉะนั้นในต่างประเทศจึงมีมาตรฐานการบังคับที่เข้มข้นโดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ชุดนอนเด็ก ที่นอน ฯลฯ
ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรจะดำเนินการเรื่องมาตรฐานสิ่งทอกันลามไฟอย่างจริงจังเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน ผลักดันให้มาตรฐานสิ่งทอกันลามไฟเทียบเท่าระดับสากล ขณะนี้เมืองไทยเองก็มีศักยภาพพร้อม ทั้งในแง่การผลิต มีผู้ผลิตเส้นใยกันลามไฟ ฯลฯ และมีศูนย์วิเคราะห์ทดสอบสิ่งทอ ของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอซึ่งมีความพร้อมทั้งเครื่องมือและบุคลากร สามารถทดสอบความสามารถในการติดไฟของสิ่งทอที่ใช้ทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ ความสามารถในการป้องกันความร้อนของชุดป้องกันความร้อนตามมาตรฐาน NFPA 1971, ISO 17492 เป็นต้น
ครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอมีโอกาสได้ร่วมมือกับ สหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย และสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) ที่ต่างมองเห็นความสำคัญเรื่องมาตรฐานสิ่งทอกันไฟเช่นเดียวกัน ทำให้ได้เพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่จะดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน ช่วยกันผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำเรื่องมาตรฐานสิ่งทอกันลามไฟตอกย้ำความเป็นผู้นำสิ่งทอในอาเซียน
มยุรี ดิฐภักดีชล ประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย กล่าวว่าการสร้างมาตรฐานสิ่งทอกันลามไฟของประเทศไทยให้เป็นสากลช่วยยกระดับสังคมโดยรวมในสามด้าน คือ หนึ่ง ยกระดับคุณภาพชีวิต ของผู้ที่ปฏิบัติงานในโรงงานหรืออุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงต่อความร้อนให้มีชีวิตการทำงานปลอดภัยขึ้น เพราะชุดทำงานที่มีมาตรฐานสิ่งทอกันไฟเป็นเหมือนอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล สอง ช่วยสร้างโอกาสให้กับภาคอุตสาหกรรม ปรับตัวเพื่อผลิตสินค้าตอบสนองความต้องการผู้บริโภคในอีกหนึ่งเซกเมนต์ และสาม ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยให้มีความเป็นสากล
ทั้งนี้สหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย เป็นเพียงหนึ่งในสามองค์กรที่ร่วมขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมีความตื่นตัวในเรื่องมาตรฐานสิ่งทอกันลามไฟ คงต้องอาศัยความร่วมมือจากอีกหลายภาคส่วนทั้งจากภาครัฐก็ดี ผู้บริโภคก็ดี ช่วยกันขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม แต่อย่างน้อยความร่วมมือของทั้งสามองค์กรในครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ช่วยสร้างให้เกิดการรับรู้ตื่นตัวเกี่ยวกับความปลอดภัยและอนามัยจากผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
ทั้งนี้การร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง 3 หน่วยงาน เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องความปลอดภัยและอนามัยจากการใช้ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ให้กับประชาชน ภาคอุตสาหกรรมและแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การรับรองผลิตภัณฑ์สิ่งทอในเรื่องความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล การสนับสนุนภาครัฐในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายและแนวทางปฏิบัติในการกำหนดสมบัติของผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่มีความปลอดภัยอย่างเหมาะสม และสนับสนุนการดำเนินการงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอในด้านความปลอดภัย ซึ่งสอดรับกับรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ให้ความสำคัญกับวาระ “ประเทศไทยปลอดภัย หรือ Safety Thailand” เร่งยกระดับมาตรฐานการจัดการสาธารณภัย พร้อมรับมือกับภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ น่าท่องเที่ยว




