เคทีซีจับมือแบรนด์หรูเปิดเวทีเสวนา ชี้อนาคตตลาดลักซ์ชัวรี่ ผู้บริโภคเลือกคุณค่ามากกว่าราคา

เคทีซีจับมือแบรนด์หรูเปิดเวทีเสวนา ชี้อนาคตตลาดลักซ์ชัวรี่ ผู้บริโภคเลือกคุณค่ามากกว่าราคา

  

 

 

เคทีซีจับมือแบรนด์หรูเปิดเวทีเสวนา ชี้อนาคตตลาดลักซ์ชัวรี่ ผู้บริโภคเลือกคุณค่ามากกว่าราคา
 
 
 
 
เคทีซีร่วมกับ 3 พันธมิตรธุรกิจระดับพรีเมียม สยามพิวรรธน์ เฟอร์รารี่และยูบิลลี่ จัดเวทีเสวนา KTC FIT Talk ครั้งที่ 18 ในหัวข้อ “Resilience is the New Luxury: อนาคตเศรษฐกิจไทยในมือผู้บริโภคระดับบน" สะท้อนบทบาทของกลุ่มผู้บริโภคที่มีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในยุคใหม่ ท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตของตลาดสินค้าลักซ์ชัวรี่ที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง พฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป และความต้องการสินค้าที่สะท้อนคุณค่าเฉพาะบุคคล ความยั่งยืนและประสบการณ์ที่แตกต่าง
 
 
 
 


 
 
นายอภิเชษฐ์  เกียรติวรคุณ CFA ผู้อำนวยการ-การเงิน “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมสินค้าลักซ์ชัวรี่ระดับโลกและภาพรวมเศรษฐกิจว่า “ปี 2568 เป็นปีที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับ ‘พายุที่สมบูรณ์แบบ’ จากแรงกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยว ความเสี่ยงจากกำแพงภาษีของสหรัฐฯ หรือปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจถูกปรับลดลงเหลือเพียง 1.6% - 2.3% แต่ในขณะเดียวกันเราก็เห็น ‘อีกภาพหนึ่ง’ ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน นั่นคือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของตลาดผู้บริโภคระดับบน ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวแบบ ‘K-Shaped’ ที่ไม่เท่าเทียมกัน และเป็นสัญญาณเตือนให้ภาคธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์อย่างเร่งด่วน โดยการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าและบริการระดับลักซ์ชัวรี่คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 9.8% ในช่วงปี 2568-2575 (ข้อมูลจาก Verified Market Research) การเติบโตนี้จะได้รับแรงหนุนจากความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นจากราคาสินทรัพย์ และกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของกลุ่มผู้มีฐานะ (High-Net-Worth Individuals) ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ"
 
"เทรนด์ของ ‘Quiet Luxury’ (ความหรูหราที่เรียบง่ายแต่ทรงคุณค่า) และ ‘เศรษฐกิจเชิงประสบการณ์’ ไม่ใช่เพียงกระแสแฟชั่น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงจิตวิทยาในพฤติกรรมผู้บริโภคที่แบรนด์ต่างๆ ต้องเข้าใจ และปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในยุคใหม่ ผู้บริโภคไม่ได้มองหาสินค้าที่แสดงสถานะผ่านโลโก้อีกต่อไป แต่กลับให้คุณค่ากับความจริงแท้ งานฝีมือและประสบการณ์ที่มีความหมายในโลกที่เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสำเร็จของธุรกิจจะไม่ได้วัดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างความเชื่อมโยงที่แท้จริงกับผู้บริโภค และการร่วมสร้างสรรค์คุณค่ากับชุมชนของตนเอง  เราเชื่อว่า ‘โอกาส’ ยังคงมีอยู่เสมอ แม้ในช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุด และการฟังเสียงของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง จะเป็นกุญแจสำคัญในการนำพาองค์กรไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต”
 
 
 
 

 

 
 
นางประณยา  นิถานานนท์  ผู้บริหารสูงสุด สายงานการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวถึงแนวโน้มการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของผู้บริโภคกลุ่มบนว่า “แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะชะลอตัว แต่ผู้บริโภคระดับบนยังคงเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงและเป็นกำลังซื้อสำคัญของตลาด โดยเฉพาะลูกค้าพรีเมี่ยมที่ให้ความสำคัญกับคุณค่ามากกว่าราคา เราเห็นการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ระมัดระวังมากขึ้น แต่ยังคงเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการเฉพาะตัวอย่างแท้จริง ปัจจุบันสมาชิกเคทีซีที่มีรายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป คิดเป็น 20% ของพอร์ต สร้างยอดใช้จ่ายรวมถึง 40% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่กลุ่มรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน มีอยู่ประมาณ 7-8% และมีสัดส่วนการใช้จ่ายถึง 20% โดยหมวดการใช้จ่ายหลักของกลุ่มนี้ ได้แก่ ประกันภัย การท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพ รวมถึงการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหารและน้ำมัน”
 
“ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงในยุคนี้ ไม่ได้มองหาส่วนลดที่มากที่สุด แต่มองหาสิ่งที่ ‘มีคุณค่า’ และ ‘มีความหมาย’ กับชีวิต  เราจึงออกแบบกลยุทธ์ในการดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ผ่าน 3 แนวทางหลัก ที่เน้นการสร้างคุณค่าเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง
 
1) Exclusive Value คัดสรรสิทธิประโยชน์ตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกเฉพาะกลุ่ม โดยใช้แนวคิด “By Invitation Only” เพื่อสร้างความรู้สึกพิเศษ เช่น การออกแบบแคมเปญเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าเฟอร์รารี่และยูบิลลี่โดยเฉพาะ
2) CRM & Loyalty Program ร่วมกับพันธมิตรในการขยายฐานสมาชิกและต่อยอดประสบการณ์ลูกค้าบนแพลตฟอร์มที่ลูกค้าคุ้นเคย เช่น การแลกเปลี่ยนคะแนนสะสมระหว่างเคทีซีและสยามพิวรรธน์ ผ่านแอปพลิเคชัน ONESIAM SuperApp และ
3) Service Excellence การบริการที่เชื่อถือได้และเข้าใจกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ เช่น Gen Z และกลุ่ม Tech-driven Wealth ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและคุณค่าทางสังคม”
 
“เคทีซีเชื่อว่าความสามารถในการปรับตัวและยืนหยัดท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง (Resilience) และการสร้างคุณค่าร่วมกันอย่างยั่งยืน คือ เป้าหมายสำคัญของการทำธุรกิจลักซ์ชัวรี่ในยุคใหม่ เราจึงมุ่งเน้นการเป็นพาร์ตเนอร์ระยะยาวกับแบรนด์พรีเมียม ใช้ข้อมูลลูกค้าแบบเรียลไทม์ในการออกแบบข้อเสนอที่ตรงใจ และร่วมกันสร้างแคมเปญที่มีความหมายมากกว่าการลดราคา เพราะสุดท้ายแล้ว ลูกค้าจะจดจำไม่ใช่แค่สิ่งที่เราให้ แต่จดจำว่าเราทำให้ชีวิตเขาง่ายขึ้นและมีคุณค่ามากขึ้นเพียงใด”
 
 
 
 

 

 
 
 
นางธณพร  ตันติยานนท์  กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า ONESIAM บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหารโครงการสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม     เอาท์เล็ต กรุงเทพ กล่าวถึงการทำโครงการธุรกิจค้าปลีกระดับลักซ์ชัวรี่ว่า “ธุรกิจลักซ์ชัวรีกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยผู้บริโภครุ่นใหม่มีพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าในกลุ่มนี้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางจริยธรรม ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล และประสบการณ์ที่มีความหมายมากกว่าการครอบครองสินค้าหรูหราเพียงอย่างเดียว สินค้าที่ตอบโจทย์จึงต้องมีคุณภาพสูง หายาก และสะท้อนตัวตนของผู้บริโภคอย่างแท้จริง สยามพิวรรธน์มองเห็นโอกาสในการสร้างนิยามใหม่ของ ‘New Luxury’ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แบรนด์ใหญ่ แต่ต้องเป็นที่สุดในด้านคุณค่าและความคุ้มค่า พร้อมสร้างคอมมูนิตี้ระดับโลก ผ่านแพลทฟอร์มที่เปิดกว้างให้ทุกคนได้สัมผัสและมีส่วนร่วมกับประสบการณ์ลักซ์ชัวรีในรูปแบบที่จับต้องได้”
 
“สยามพิวรรธน์ให้ความสำคัญกับการเข้าใจเทรนด์โลกและ Emotional value ของลูกค้ากำลังซื้อสูง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่พิเศษและแตกต่างอย่างแท้จริง เราเดินหน้ากลยุทธ์ Co-Create & Collaboration กับพันธมิตรระดับโลก พร้อมยกระดับลักซ์ชัวรี่ CRM และสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งเพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืน แม้เศรษฐกิจจะมีความไม่แน่นอน แต่เรายังคงเห็นการเติบโตในกลุ่ม     ลักซ์ชัวรี่ โดยเฉพาะแบรนด์ Fine Jewelry และนาฬิกาที่เลือกลงทุนกับเราอย่างต่อเนื่อง เราให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ใหม่ เช่น Exclusive Pop-up Stores, Events และคลับ JAI by ONESIAM เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับฐานลูกค้ากำลังซื้อสูงรุ่นใหม่ พร้อมผลักดันแนวทาง Sustainable Luxury ที่เชื่อมโยงความหรูหรากับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ในยุคที่เศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สยามพิวรรธน์มุ่งเน้นการบริหารแบบ Agile Strategy และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับการเปลี่ยนแปลง เราส่งเสริมการทำงานร่วมกันข้ามสายงาน พร้อมพัฒนาบุคลากรให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ทั้งยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในทุกมิติ เพื่อสร้างธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงและมีความรับผิดชอบต่อสังคม”
 
 
 
 

 

 
 
 
นางนันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ผู้นำเข้าและซ่อมบำรุงรถยนต์เฟอร์รารี่ (Ferrari) อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เผยว่า “การนำแบรนด์ระดับโลกอย่างเฟอร์รารี่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ถือเป็นภารกิจที่ท้าทายไม่น้อย ทั้งในด้านภาษีนำเข้า ต้นทุนการดำเนินงาน และการแข่งขันจากผู้นำเข้าอิสระ แต่คาวาลลิโน มอเตอร์ (Cavallino Motors) มองว่านี่คือโอกาสในการแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานที่แท้จริงของแบรนด์ โดยให้ความสำคัญกับการส่งมอบ ‘คุณค่า’ ผ่านประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่ลึกซึ้งและมีความหมาย เราเชื่อว่าลูกค้ากลุ่มผู้มีฐานะ (High Net Worth) ไม่ได้มองหาเพียงความหรูหราภายนอก แต่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดและความใส่ใจในระยะยาว เราจึงลงทุนในโชว์รูมรถ (Pre-owned) และอู่สีใหม่ รวมถึงจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น เอสเปรีเอนซ่า เฟอร์รารี่ (Esperienza Ferrari) ปาสซีโอเน เฟอร์รารี่ คลับ ชาเลนจ์ (Passione Ferrari Club Challenge) และการพาลูกค้าเข้าร่วมงานยูนิเวอร์โซ เฟอร์รารี่ (Universo Ferrari) ที่ต่างประเทศ เพื่อสะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ระดับโลกผ่านประสบการณ์จริง”
 
“เรายึดมั่นในแนวคิดที่ว่า ‘ความหรูหราที่แท้จริง’ (True Luxury) คือความต่อเนื่อง ความซื่อสัตย์ และบริการที่เป็นเลิศ จึงมุ่งยกระดับบุคลากร ระบบ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างมาตรฐานระดับ 5 ดาวที่ยั่งยืน พร้อมดูแลลูกค้าเสมือนเป็นครอบครัว ด้วยแนวคิด ‘เฉพาะคุณ’ ที่ใส่ใจในทุกขั้นตอนของประสบการณ์ลูกค้า (Customer Journey) ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้แทนจำหน่าย แต่ในฐานะผู้ดูแลความสัมพันธ์ระยะยาว โดยมีความเชื่อว่า เฟอร์รารี่ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นตัวแทนของแรงบันดาลใจ ไลฟ์สไตล์และความสำเร็จที่สัมผัสได้จริงในทุกมิติ พร้อมเดินหน้าอย่างมั่นคงด้วยความเข้าใจลูกค้า และการบริหารองค์กรที่ยืดหยุ่น ทันต่อทุกการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่”
 
 
 
 

 

 
 
นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ธุรกิจค้าเพชรและเครื่องประดับเพชรเบอร์หนึ่งของไทย กล่าวว่า “ผู้บริโภคกลุ่มลักซ์ชัวรี่ในยุคปัจจุบันไม่ได้มองหาสินค้าราคาแพงเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความหมาย และการสะท้อนตัวตน ยูบิลลี่ ไดมอนด์ (Jubilee Diamond) จึงตอบโจทย์ด้วยงานออกแบบที่ประณีต การปรับแต่งเฉพาะบุคคล (customization) และประสบการณ์การเลือกซื้อที่เป็นหนึ่งเดียว สร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างลูกค้าและแบรนด์ ในยุคที่การใช้จ่ายต้องมีเหตุผลมากขึ้น โดยกลุ่มผู้มีฐานะ (High Net Worth) และกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง (Affluent) ยังคงให้ความสำคัญกับ “คุณภาพเหนือราคา” โดยเฉพาะเมื่อสินค้านั้นสามารถตอบโจทย์ทางอารมณ์และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ยูบิลลี่ ไดมอนด์จึงเน้นบริการระดับเวิลด์คลาส ความใส่ใจเฉพาะบุคคล และความน่าเชื่อถือในฐานะแบรนด์เพชรอันดับหนึ่งของไทยที่อยู่คู่สังคมไทยมากว่า 96 ปี”
 
“ช่วงวิกฤตโควิด-19 ถือเป็นบทพิสูจน์ความสามารถในการฟื้นตัวและปรับตัวจากความท้าทายของแบรนด์ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ เราปรับตัวอย่างรวดเร็วด้วยการเปิดช่องทางขายออนไลน์ครบวงจร และดูแลลูกค้าผ่านทุกแพลตฟอร์ม พร้อมเดินหน้าพัฒนาในด้านความยั่งยืน เทคโนโลยี และการสื่อสารแบรนด์อย่างโปร่งใส เรายังให้ความสำคัญกับ ‘ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า’ (Customer Insights) และข้อมูลพฤติกรรมการซื้อ เพื่อใช้ในการวางแผนกลยุทธ์อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสินค้า บริการ หรือการสร้างแคมเปญสื่อสารที่ตรงใจลูกค้าอย่างแท้จริง ซึ่งช่วยให้แบรนด์สามารถเชื่อมโยงกับความต้องการเฉพาะบุคคลในแต่ละช่วงชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความท้าทายในการทำธุรกิจลักซ์ชัวรี่ในยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัว คือการรักษา ‘ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง’ กับลูกค้า (Brand Affinity) เราเชื่อว่าการให้บริการด้วยความจริงใจ ใส่ใจในทุกรายละเอียด และยึดมั่นในคุณภาพอย่างไม่ประนีประนอม คือหัวใจของแบรนด์ลักซ์ชัวรี่ที่ลูกค้าพร้อมกลับมาเลือกอีกครั้งเสมอเมื่อถึงเวลาสำคัญในชีวิต และการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มใหม่ๆ เช่น Gen Z และกลุ่มผู้มีฐานะรุ่นใหม่ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ จึงคิดแคมเปญต่างๆ ที่พูดสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างตรงประเด็น ลงทุนเพื่อสร้างประสบการณ์ด้านดิจิทัลที่ลื่นไหล ปรับแต่งให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง สื่อสารอย่างจริงใจเพื่อสร้างความผูกพันที่ยั่งยืน ด้วยหลักการ “ปรับไวแต่ไม่ทิ้งแก่น” โดยยึดมั่นใน 3 แกนหลักของแบรนด์ ได้แก่ ความเป็นเลิศ (Excellence) มรดกแห่งความเชื่อมั่น (Legacy) และความไว้วางใจ (Trust) พร้อมส่งต่อคุณค่าและความเชื่อมั่นจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง”
 
 
 
 

 

 
 
KTC and Luxury Brands Explore Future of High-End Consumer Market
 
KTC, in collaboration with 3 premium partners: Siam Piwat, Ferrari, and Jubilee, hosted the 18th KTC FIT Talk under the topic “Resilience is the New Luxury”. The event highlighted the significant role of affluent consumers as a driving force in the modern Thai economy, amid the continued growth of the luxury goods market, evolving consumption behaviors, and the demand for products that showcase individuality, sustainability, and unique experiences.
 
Mr. Apichet Kiatworakun, CFA, Director - Finance, Krungthai Card Public Company Limited (KTC) discussed global luxury industry trends and the economy, stating, “The year 2025 presents a ‘perfect storm’ for the Thai economy due to both domestic and international pressures, including a slowdown in the tourism sector, the risk of US tariffs, and persistently high household debt, resulting in a downward revision of economic growth to just 1.6% - 2.3%. However, we are also seeing a ‘contrasting trend’ which is the strong growth of the high-end consumer market, reflecting an uneven ‘K-Shaped’ recovery and signaling the need for businesses to urgently adapt their strategies. Spending on luxury products and services is projected to grow by an average of 9.8% annually between 2025 and 2032 (data from Verified Market Research), driven by rising asset values and the strong purchasing power of high-net-worth individuals, both Thai and foreign.”
 
"The trend of ‘Quiet Luxury’ and the ‘Experience Economy’ is more than just a passing fad. It reflects a deep psychological shift in consumer behavior that brands must understand and adapt to in order to thrive in the new era. Consumers are moving away from products that flaunt status through logos, seeking instead authenticity, craftsmanship, and meaningful experiences in an ever-changing economic landscape. Business success will no longer be measured purely by sales but by the ability to build genuine connections with consumers and co-create value with their communities. We believe that ‘opportunities’ still exist, even during the most challenging times, and that truly listening to consumers will be the key to guiding organizations toward long-term sustainability."
 
Mrs. Pranaya Nithananon, Head of Credit Card Marketing, at Krungthai Card Public Company Limited (KTC), discussed credit card spending trends among affluent consumers, “Despite the overall economic slowdown, high-income consumers remain a high-potential group and the main purchasing power in the market, particularly premium customers who prioritize value over price. We observe that their spending behavior is becoming more cautious, yet they continue to choose products and services that genuinely match their lifestyles and specific needs. Currently, KTC members with incomes of 50,000 baht or more represent 20% of our portfolio and generate 40% of total spending. Meanwhile, members earning over 100,000 baht per month account for about 7-8% but contribute up to 20% of total spending. Key spending categories for this group include insurance, travel, healthcare, and daily expenses such as dining and fuel.”
 
“Consumers with high purchasing power today are not seeking the biggest discounts, but rather products and services that are ‘valuable’ and ‘meaningful’ to their lives. Therefore, we have developed a strategy to serve this customer group through 3 key approaches, focusing on creating value that is truly personalized:
1) Exclusive Value: Select privileges tailored to specific member groups using the “By Invitation Only” concept to create a sense of exclusivity, such as designing dedicated campaigns for Ferrari and Jubilee customers.
2) CRM & Loyalty Program: Partnerships to expand the member base and enhance customer experiences on familiar platforms, such as point exchanges between KTC and Siam Piwat via the ONESIAM SuperApp, and
3) Service Excellence: Reliable, personalized services that understand emerging customer groups, including Gen Z and the tech-driven wealth segment influenced by technology and social values.
 
KTC believes that resilience and sustainable shared value creation are essential goals for luxury businesses in the modern era. We focus on building long-term partnerships with premium brands, leveraging real-time customer data to design personalized offers, and co-creating campaigns that deliver more meaningful experiences than simple discounts. Ultimately, customers will remember not just what we provide, but how much we enhance and add value to their lives.”
 
Ms. Thanaporn Tantiyanon, Managing Director of ONESIAM Shopping Center, Siam Piwat Company Limited,  a leading real estate and retail developer, the owner and operator of Siam Paragon, Siam Center, and Siam Discovery, and a joint owner of ICONSIAM, ICS, and Siam Premium Outlets Bangkok, commented on the luxury retail business project, “The luxury business is undergoing a major transformation. The purchasing behavior of new-generation consumers in this segment has clearly shifted. They now value ethics, uniqueness, and meaningful experiences over simply owning luxury products. Products that meet these expectations must be of high quality, rare, and truly reflect the consumer’s identity. Siam Piwat sees an opportunity to redefine ‘New Luxury’ as something beyond big brands, focusing on superior value while creating a global community through a platform that allows everyone to experience and engage with luxury in a tangible way.”
 
“Siam Piwat focuses on understanding global trends and the emotional value of high-purchasing customers to create truly unique and distinctive experiences. We are moving forward with the Co-Create & Collaboration strategy with world-class partners, upgrading luxury CRM, and building a strong ecosystem for sustainable success. Despite economic uncertainty, we continue to see growth in the luxury segment, especially Fine Jewelry and watch brands that have consistently chosen to invest with us. We prioritize creating new experiences, such as Exclusive Pop-up Stores, Events, and JAI by ONESIAM club, to engage the new generation of high-purchasing customers and drive the Sustainable Luxury approach, which connects luxury with social and environmental responsibility. In an era of rapid economic and consumer behavior changes, Siam Piwat emphasizes Agile Strategy management and fosters an organizational culture that is open to transformation. We encourage cross-functional collaboration and develop personnel to leverage digital technology effectively, ensuring we deliver experiences that meet customer needs accurately and promptly. Additionally, we place strong importance on sustainability in all dimensions to achieve steady growth while remaining socially responsible.”
 
Mrs. Nandhamalee Bhirombhakdi, Managing Director of Cavallino Motors, the official Ferrari importer and after-sales service provider in Thailand, stated, “Bringing a world-class brand like Ferrari to operate in Thailand is a challenging task due to import taxes, operating costs, and competition from independent importers. However, Cavallino Motors views this as an opportunity to showcase the brand’s true standards by focusing on delivering ‘value’ through personalized and meaningful experiences. We believe that high-net-worth customers not only look for external luxury but also appreciate attention to detail and long-term commitment. Therefore, we have invested in new pre-owned showrooms and paint shops, as well as organized activities such as Esprienza Ferrari, Passione Ferrari Club Challenge, and invitations for customers to attend Universo Ferrari events abroad, all to reflect the spirit of the world-class brand through authentic experiences.”
 
“We follow the concept that ‘True Luxury’ means continuity, integrity, and exceptional service. Our goal is to enhance our people, systems, and technology to deliver sustainable 5-star standards, taking care of customers like family under the concept of ‘Just for You,’ which pays attention to every step of the customer journey. We see ourselves not just as a dealer but as a long-term relationship manager. We believe Ferrari is more than just a car. It is a symbol of inspiration, lifestyle, and real-world success in every dimension, moving forward with a deep understanding of customers and flexible organizational management that adapts to all changes in today’s world.”
 
Ms. Unyarat Pornprakrit, Chief Executive Officer of Jubilee Enterprise Public Company Limited, Thailand’s leading diamond and jewelry trading business, added, “Today’s luxury consumers seek more than expensive products. They value quality, meaning, and self-expression. Jubilee Diamond addresses these needs with refined designs, customization, and a unique shopping experience that builds deeper connections between customers and the brand. In this era of more rational spending, high-net-worth and affluent groups continue to prioritize ‘quality over price,’ especially when products evoke emotions and create unique experiences. Jubilee Diamond, therefore, focuses on world-class service, personalized care, and credibility as Thailand’s number one diamond brand, which has been part of Thai society for over 96 years.”
 
“The COVID-19 crisis has proven Jubilee Diamond’s resilience and adaptability. We swiftly expanded into comprehensive online sales channels and maintained close customer care across all platforms, while continuing to prioritize sustainability, technology, and transparent communication. Our focus on ‘customer insights’ and purchasing behavior enables us to design products, services, and campaigns that meet real customer needs, creating a genuine connection at every life stage. In the luxury business, especially during economic slowdowns, the key challenge is sustaining ‘strong brand affinity.’ We believe that sincere service, meticulous attention to detail, and uncompromising quality are the essence of a luxury brand that customers will return to during life’s significant moments. To reach new groups such as Gen Z and the emerging affluent segment, Jubilee Diamond has developed campaigns that directly engage younger audiences, investing in seamless digital experiences that are truly personalized. We communicate authentically to build lasting bonds, staying true to our core principles of Excellence, Legacy, and Trust, ensuring these values are passed down across generations.”