ธนาคารกรุงเทพ ชวนอาเซียนผนึกกำลังคว้าทุกโอกาสการค้า-ลงทุนเติบโตไปด้วยกัน

ธนาคารกรุงเทพ ชวนอาเซียนผนึกกำลังคว้าทุกโอกาสการค้า-ลงทุนเติบโตไปด้วยกัน

  

 

                                            ธนาคารกรุงเทพ ชวนอาเซียนผนึกกำลังคว้าทุกโอกาสการค้า-ลงทุนเติบโตไปด้วยกัน

ตั้งเป้าก้าวสู่บทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของโลก

จับตาประเด็น ความขัดแย้ง-ความยั่งยืน-GenAI’ ความท้าทายเศรษฐกิจปีงูเล็ก

พร้อมเดินหน้าสร้างเครือข่ายความรู้เชิงลึก-ประสบการณ์แน่น

ย้ำตำแหน่ง ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค

 

ธนาคารกรุงเทพ ชวนอาเซียนผนึกกำลังความร่วมมือตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ภูมิภาค ระดับโลก ตอบรับปัจจัยท้าทายที่จะเกิดขึ้นในยุคดิจิทัล พร้อมผลักดันให้กลายเป็นภูมิภาคสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก สร้างยุคความเปลี่ยนแปลงให้เป็นยุคแห่งโอกาสเติบโต แนะจับตา 3 โจทย์ใหญ่ ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์-โลกร้อนและความยั่งยืน-GenAI เป็นความท้าทายเศรษฐกิจปีงูเล็ก พร้อมเดินหน้าสร้างเครือข่ายความรู้แก่ลูกค้า ด้วยประสบการณ์ที่แข็งแกร่งในฐานะ ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค พาลูกค้าเติบโตอย่างยั่งยืน

 

 

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวในโอกาสเปิดงานสัมมนา AEC Business Forum 2025 ซึ่งธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ “ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค” จัดขึ้นในหัวข้อ ASEAN in the Age of Disruption โดยกล่าวว่า อาเซียนจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับโลก เพราะถือเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับความท้าทายและโอกาสในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในอาเซียนเองที่มีศักยภาพเติบโตสูงตามการเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลาง จึงมีความต้องการมากขึ้นที่จะบริโภคสินค้าและบริการ การศึกษา การดูแลสุขภาพ และการท่องเที่ยว รวมทั้งควรสนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้คนทั้งในด้านการศึกษา และการค้าทั่วภูมิภาค นอกจากนี้ อาเซียนกำลังเกิดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น ถนน รถไฟ ท่าเรือ พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจ ลดต้นทุน และยกระดับการขนส่งข้ามเขตเศรษฐกิจ เสริมศักยภาพของภูมิภาคให้กลายเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของโลก

 

“เช่นเดียวกันกับในประเทศไทยที่กำลังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกรุงเทพฯ กับพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และอีกโครงการเพื่อเชื่อมประเทศไทยกับลาว และจีน ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 5 ปีข้างหน้า รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ เช่น อุตสาหกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมสีเขียว รถยนต์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ที่ผลักดันคำขอส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในปีที่ผ่านมาให้สูงสุดในรอบ 10 ปี ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1.3 ล้านล้านบาท ดังนั้น อาเซียนต้องพร้อมเปลี่ยนความท้าทายของยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ให้กลายเป็นโอกาสสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคตให้ได้”

 

นายชาติศิริ กล่าวอีกว่า นอกจากประเด็นเกี่ยวกับอาเซียนเองแล้ว โลกยังกำลังเผชิญกับปัจจัยความเปลี่ยนแปลงอีกหลายมิติ นำโดยประเด็นความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงนโยบายของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ดำเนินนโยบายการค้าแบบ “American First” ด้วยการนำการผลิตกลับสู่สหรัฐฯ และการเพิ่มภาษีนำเข้าให้สูงขึ้น โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออาเซียน ซึ่งที่ผ่านมาได้เริ่มเห็นการย้ายฐานการผลิตและลดการเชื่อมโยงกับโลกาภิวัตน์ (De-globalization) เร่งตัวขึ้นในช่วง ปีล่าสุดนี้

 

การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ กฎระเบียบด้าน ESG ที่เข้มงวดขึ้น และความจำเป็นที่จะเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดอนาคตและทิศทางขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ดังที่เห็นในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญปัญหาน้ำท่วมรุนแรงหลายครั้ง โดยเฉพาะในครึ่งปีหลังที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คน บ้านเรือน ทรัพย์สิน และธุรกิจในวงกว้าง เช่นเดียวกับในหลายประเทศที่ปัญหาความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและวิถีชีวิตอย่างรุนแรง นอกจากนี้ ประเทศไทยและอีกหลายประเทศในอาเซียน ได้ตั้งเป้าหมาย Net Zero ซึ่งมาพร้อมกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้าน ESG ที่เข้มงวดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องอาศัยเงินลงทุนอีกมหาศาลเพื่อปรับปรุงปัจจัยต่างๆ ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบเหล่านี้ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมโลกไปสู่ความยั่งยืนที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตในอีกหลายแง่มุม เช่นการบริโภคพลังงาน สินค้า และบริการ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีที่ต้องตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเป็นสำคัญ

 

ประเด็นสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ คือ การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่จะเร่งตัวขึ้นจากการนำ Generative AI ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานและธุรกิจในหลายมิติ รวมถึงความคาดหวังของลูกค้าและพนักงานในด้านวิถีชีวิต การทำงาน การบริโภค ทั้งยังเพิ่มความท้าทายในตลาดแรงงานระดับโลกที่มีการแข่งขันสูง ดังนั้น มนุษย์ต้องทำงานอย่างชาญฉลาดมากยิ่งขึ้นเพื่อดึงประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

 

“แม้โลกธุรกิจสำหรับอาเซียนในวันนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทายมากมาย แต่กระนั้นภูมิภาคเราก็ยังมีข้อได้เปรียบสำคัญหลายเรื่อง ทั้งทำเลที่ตั้งในเชิงกลยุทธ์ ทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ ทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะ ต้นทุนแรงงานที่แข่งขันได้ ตลาดที่มีความหลากหลาย และภาคการผลิตที่แข็งแกร่งมาก นอกจากนี้ อาเซียนเองก็กำลังก้าวไปข้างหน้าเพื่อกำหนดบทบาทของตนเองในเวทีโลกอย่างต่อเนื่อง เช่น 4 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม ได้กลายเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการของกลุ่ม BRICS ในวันที่ มกราคม 2568 และหลังจากนั้น อินโดนีเซียก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS อย่างเต็มรูปแบบ ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้อาเซียนยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจที่ต้องการลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการกระจายห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย” นายชาติศิริ กล่าว

 

 

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่อันดับ ของภูมิภาคอาเซียน และเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเมื่อพิจารณาจากสินทรัพย์รวม มีความมุ่งมั่นที่จะเป็น “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” ผ่านการสนับสนุนลูกค้าธุรกิจผ่านผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลายและครบวงจร ผ่านเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงมีเครือข่ายสาขาในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุด จำนวน 25 แห่ง ครอบคลุม 13 เขตเศรษฐกิจสำคัญ และสาขาธนาคารเพอร์มาตาประมาณ 200 แห่งในอินโดนีเซีย รวมถึงบุคลากรที่มีความรู้ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง ตอกย้ำความเป็น “ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค” ของธนาคารกรุงเทพ ที่ช่วยตอบโจทย์และก้าวเดินเคียงข้างลูกค้าให้เติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน

 

งานสัมมนา AEC Business Forum 2025: “ASEAN in the Age of Disruption-ความท้าทายของอาเซียนในยุคโลกป่วน ซึ่งนับเป็นครั้งที่  ที่ธนาคารจัดเวทีสำหรับผู้นำธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมชั้นนำต่างๆ และนักธุรกิจชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) มาแสดงวิสัยทัศน์และร่วมเสวนาแบ่งปันความรู้ อัปเดตข้อมูลเชิงลึกที่ถือว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญสำหรับธุรกิจในยุคปัจจุบัน รวมถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อรับมือกับปัจจัยเสี่ยงและความท้าทายท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการเสริมสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขัน นำมาซึ่งโอกาสการค้าการลงทุนที่สำคัญภายในตลาดอาเซียน ตอกย้ำบทบาทธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ “ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค” ที่ยืนหยัดมุ่งมั่นเป็น เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” เติบโตเคียงข้างลูกค้าในทุกระดับ ประชาชน และประเทศชาติ มากว่า 80 ปี.

 

Bangkok Bank supports ASEAN businesses to seize trade and investment opportunities and grow together in the global supply chain with a focus

on the economic challenges in the Year of the Snake: 'Geopolitical Conflict-Sustainability-GenAI'. The Bank will continue to build a network of in-depth knowledge and experience while reinforcing its position as a 'leading regional bank'.

 

Bangkok Bank supports ASEAN businesses to cooperate at the local, regional and global level in response to the challenges that will arise in the digital era as ASEAN becomes an important region in the global supply chain by turning an era of change into an era of growth opportunities. The three major issues to watch are: “Geopolitical Conflict-Global Warming and Sustainability-GenAI” which will present economic challenges in the Year of Snake. Backed by its strong experience as a 'leading regional bank, Bangkok Bank will continue building a knowledge network for customers to achieve sustainable growth.

 

 

Bangkok Bank President Chartsiri Sophonpanich gave a speech at the opening of the AEC Business Forum 2025 hosted by Bangkok Bank, the "leading regional Bank", under the topic of ASEAN in the Age of Disruption. He said that ASEAN needs to build cooperation at the local, regional and global level as this is the key for rising to the challenges and opportunities of the modern era, particularly in ASEAN, which has high growth potential due to the growth in the middle class which is fueling greater demand for goods and services, education, healthcare, and tourism as well as the movement of people in both education and trade throughout the region. In addition, ASEAN is making large-scale infrastructure investments such as roads, railways, ports, energy and digital infrastructure. These will help change the economic landscape, reduce costs and enhance cross-economic transportation while empowering the region to play an important role in the global supply chain.

 

“Meanwhile in Thailand a high-speed train line is being built that will link Bangkok with the Eastern seaboard and another to link Thailand with Laos and China which are due for completion over the next five years.  In addition, there is significant growth in new industries such as bio and green industries, electric vehicles, and advanced electronics that has helped push investment promotion requests to the BOI in the past year to a 10 year high with total investment value of more than 1.3 trillion baht. Therefore, ASEAN must be ready to turn the challenges of this era of change into opportunities for sustainable development in the future,”

 

Mr. Chartsiri said that: apart from ASEAN issues, the world is faces many different aspects of change, led by the recent geopolitical conflicts  such as the trade war between the US and China, conflict between Russia and Ukraine, tensions in the Middle East and the US policy direction under the leadership of President Donald Trump who has promised an "America First" trade policy, bringing production back to the US, and increasing import tariffs, especially from China. This will have a direct impact on ASEAN, where we have seen an acceleration in the relocation of production bases and deglobalization in the last five years.

 

Climate change, stricter ESG regulations and the need to transition to sustainability are also key factors that will determine the future and direction of the economy. In the past year Thailand faced severe flooding many times, especially in the second half of the year, which has affected people's lives, homes, property, and businesses at large. Similar to many countries, changes of climate and environmental issues have severely affected agricultural productivity and lifestyles. In addition, Thailand and many other ASEAN countries have set Net Zero targets, which come with stricter ESG compliance. Considerable investment will be needed to adjust businesses to comply with these regulations. Meanwhile, the global move towards sustainability will change the way of life in many aspects, such as consumption of energy, products and services as well as the development of technologies that meet the needs of  environment and sustainability.

 

Another important issue that cannot be overlooked is the technological revolution that will accelerate with the adoption of Generative AI. This will change the way we work and do business in many dimensions, along with the expectations of customers and employees in terms of lifestyle, work and consumption. It will also increase the challenges of a highly competitive global labor market. Humans must work even smarter to get the most out of these changes.

 

"Although the current business world for ASEAN is full of challenges, the region still has many important advantages, including strategic location, abundance of natural resources, skilled human resources, competitive labor costs, a diverse market and a very strong manufacturing sector. ASEAN is moving forward to define its role on the world stage as four ASEAN member countries, namely Thailand, Indonesia, Malaysia, and Vietnam, became official partners of the BRICS on January 1, 2025 and since then Indonesia has become a full member. These factors make ASEAN an attractive destination for businesses looking to effectively mitigate geopolitical risks and supply chain diversification”, said Mr. Chartsiri.

 

Bangkok Bank, the 7th largest bank in the ASEAN region and the largest commercial bank in Thailand in terms of total assets, is committed to being a "trusted partner and reliable close friend”, supporting business customers with a wide range of comprehensive financial products through a nationwide branch network, as well as the largest overseas branch network of 25 branches in 13 economies in addition to about 200 Permata Bank branches in Indonesia, staffed by personnel with strong knowledge, experience and expertise in each business field. This strengthens the position of Bangkok Bank as a "leading regional bank", helping to meet customer needs and walk alongside them to grow together in a sustainable manner.

 

 

The AEC Business Forum 2025: "ASEAN in the Age of Disruption" is the sixth such forum held by the Bank for business leaders, industry experts, and leading businesses in ASEAN to share their visions and knowledge, and timely insights that can guide critical strategies for today's businesses, including practices for dealing with risks and challenges in the midst of change, as well as strengthening business relationships, and increasing potential and competitiveness. This brings important trade and investment opportunities within the ASEAN market while reinforcing the Bank's role as a "leading regional bank" with its commitment to being a "trusted partner and reliable close friend" growing alongside customers, people, and the country at large for more than 80 years.